Connect with the Unexpected: Converse All Star Anthem.

 

Converse ได้เชิญครีเอเตอร์และศิลปินจากทั่วโลกให้มีส่วนร่วมในผลงานเพลงระดับโลกของแบรนด์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในสิ่งต่อๆไป ผลงานเพลงชิ้นนี้มีการผสมผสานด้านวัฒนธรรมและความครีเอทีฟของนักสร้างสรรค์จากประเทศต่างๆเข้าไว้ด้วยกัน รวมมากกว่า 20 ประเทศ

 

ผสมผสานเสียงและจังหวะที่สดใหม่จากประเทศไทย ตุรกี บราซิล เม็กซิโก อิสราเอล กรีซ สาธารณรัฐเช็ก เปรู อินเดีย เซอร์เบีย ฮังการี เวียดนาม แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย เปรียบเสมือนเป็นเป็นซิมโฟนีระดับโลก ดนตรีที่นำมาจากทุกที่เพื่อมอบให้แก่ทุกคน

การสร้างสิ่งใหม่ๆเกิดจากการเชื่อมต่อผสมผสานที่อาจจะมีที่มาแบบที่คุณคาดไม่ถึง  #CreateNext

 

รับฟังได้ที่ Spotify และรับแรงบันดาลใจในการสร้างการคอนเนกชั่นที่คาดไม่ถึง อย่าลืมที่จะแท็กเรา @converse_thai ในช่องทาง Instagram

 

แคน Dogwhine และ Maft Sai ผสานดนตรีสองขั้วออกมาเป็นบีตเท่คาดไม่ถึงกับ ‘Zerng Club’

 

แคน Dogwhine ร่วมมือกับ Maft Sai เสนอสิ่งใหม่ในโปรเจกต์จับคู่เหนือความคาดหมาย ค้นหาจังหวะในรูปแบบใหม่ สร้างสรรค์ดนตรีเต้นรำที่นำเอาเอเลเมนต์เพลงพื้นบ้านอีสานมารวมไว้ กลายเป็นอิเล็กทรอนิกชื่อสนุก ‘Zerng Club’ (เซิ้งคลับ) ชวนคุณม่วนไปพร้อมกัน

หลายครั้งที่การนำสองสิ่งหรือมากกว่านั้นมารวมกัน—โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิ่งเหล่านั้นดูไม่เข้าพวก—มักจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ที่คาดไม่ถึงเสมอ ดนตรีเองก็เป็นหนึ่งในศาสตร์ของการผสมผสานที่มักจะทำให้เราทึ่งทุกครั้ง Converse จึงชวนสมาชิก All Stars อย่างแคนพันแสน คล่องดี (@forevilfordevil) ฟรอนต์แมนวงอัลเทอร์เนทิฟร็อก Dogwhine ให้มาพบกับ Maft Sai หรือณัฐพล เสียงสุคนธ์ (@maftsai) ดีเจเวิร์ลมิวสิกและสมาชิก The Bangkok Paradise Molam International Band ในแคมเปญ Connect with the unexpected. Create Now. Create Next. ที่ให้ศิลปินได้สำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีร่วมกันโดยสืบต่อกันมาผ่านคนรุ่นก่อน ๆ แล้วหยิบสิ่งที่ค้นพบมาดัดแปลงเข้ากับซาวด์ร่วมสมัยที่พวกเขากำลังสนใจ เพื่อสร้างผลงานฉีกแนวที่ไม่เคยทำมาก่อนและโดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่ยังคงสอดแทรกกลิ่นอายดั้งเดิมที่วิวัฒนาการผ่านเวลา และหล่อหลอมมาจนกลายเป็นพวกเขาในทุกวันนี้

โดยปกติแล้ว เพลงของ Dogwhine มักจะยืนพื้นด้วยร็อกเป็นหลัก แต่ก็ได้อิทธิพลจากโพสต์พังก์และแจ๊สแฝงอยู่ในดนตรีอยู่เสมอ ทว่าแคนเองก็มีความสนใจในดนตรีอิเล็กทรอนิกเป็นการส่วนตัว เราจึงจะพบเขาได้ที่ปาร์ตี้เรฟเป็นปกติ ในส่วนของผลงานในแคมเปญนี้ของเขาจึงเลือกสร้างสรรค์ออกมาเป็นเพลง ‘Zerng Club’ ที่เราก็คาดไม่ถึงว่าจะทำออกมาในรูปแบบนี้ เขาดึงเสน่ห์เครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างพิณและแคนมาผสานเข้ากับซาวด์อิเล็กทรอนิกของดนตรีเต้นรำ กลายมาเป็นแทร็คสุดสนุกที่ฟังดูไม่คุ้นเลย แต่อันที่จริงก็คงมีเสียงที่เคยผ่านหูกันมาบ้าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมไทยอีสานก็แทรกซึมอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพ ฯ เป็นเวลานานตั้งแต่เราจำความได้

 

สำหรับแคน เขาเล่าว่าครอบครัวของเขาเป็นคนอีสานจึงได้คลุกคลีกับดนตรีพื้นบ้านมาตั้งแต่เด็ก ปู่ของแคนเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำพิธีกรรมที่นำเครื่องดนตรีอย่างแคนหรือพิณมาเล่น โดยมีความเชื่อว่าสามารถปัดเป่าผีร้ายได้ แต่เมื่อเติบโตมาเขาก็พบว่าความทรงจำเกี่ยวกับเพลงเหล่านี้ก็เลือนราง นั่นจึงทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป การรับรู้ของเขาต่อสิ่งที่เคยสัมผัสเมื่อก่อนก็จะเปลี่ยนไปด้วย แคนจึงอยากย้อนกลับไปทำความรู้จักกับเสียงเหล่านั้นอีกครั้ง ด้วยการทำยังไงก็ได้ให้สิ่งที่เขาเคยได้ยินไม่สูญหายไปจากความทรงจำ และเกิดการตีความใหม่เพื่อให้อยู่กับเขาต่อไปในอนาคต เขาจึงคิดเรื่องราวที่อยากจะเล่าคร่าว ๆ ออกมาในรูปแบบเพลงอิเล็กทรอนิกที่กำลังชื่นชอบ ก่อนจะไปปรึกษาณัฐพล หรือ Maft Sai เรื่องการเลือกใช้เครื่องดนตรีอีสานเข้ามาอยู่ในเพลง

โดยปกติแล้ว เพลงของ Dogwhine มักจะยืนพื้นด้วยร็อกเป็นหลัก แต่ก็ได้อิทธิพลจากโพสต์พังก์และแจ๊สแฝงอยู่ในดนตรีอยู่เสมอ ทว่าแคนเองก็มีความสนใจในดนตรีอิเล็กทรอนิกเป็นการส่วนตัว เราจึงจะพบเขาได้ที่ปาร์ตี้เรฟเป็นปกติ ในส่วนของผลงานในแคมเปญนี้ของเขาจึงเลือกสร้างสรรค์ออกมาเป็นเพลง ‘Zerng Club’ ที่เราก็คาดไม่ถึงว่าจะทำออกมาในรูปแบบนี้ เขาดึงเสน่ห์เครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่างพิณและแคนมาผสานเข้ากับซาวด์อิเล็กทรอนิกของดนตรีเต้นรำ กลายมาเป็นแทร็คสุดสนุกที่ฟังดูไม่คุ้นเลย แต่อันที่จริงก็คงมีเสียงที่เคยผ่านหูกันมาบ้าง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าวัฒนธรรมไทยอีสานก็แทรกซึมอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพ ฯ เป็นเวลานานตั้งแต่เราจำความได้

 

สำหรับแคน เขาเล่าว่าครอบครัวของเขาเป็นคนอีสานจึงได้คลุกคลีกับดนตรีพื้นบ้านมาตั้งแต่เด็ก ปู่ของแคนเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการทำพิธีกรรมที่นำเครื่องดนตรีอย่างแคนหรือพิณมาเล่น โดยมีความเชื่อว่าสามารถปัดเป่าผีร้ายได้ แต่เมื่อเติบโตมาเขาก็พบว่าความทรงจำเกี่ยวกับเพลงเหล่านี้ก็เลือนราง นั่นจึงทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อเวลาผ่านไป การรับรู้ของเขาต่อสิ่งที่เคยสัมผัสเมื่อก่อนก็จะเปลี่ยนไปด้วย แคนจึงอยากย้อนกลับไปทำความรู้จักกับเสียงเหล่านั้นอีกครั้ง ด้วยการทำยังไงก็ได้ให้สิ่งที่เขาเคยได้ยินไม่สูญหายไปจากความทรงจำ และเกิดการตีความใหม่เพื่อให้อยู่กับเขาต่อไปในอนาคต เขาจึงคิดเรื่องราวที่อยากจะเล่าคร่าว ๆ ออกมาในรูปแบบเพลงอิเล็กทรอนิกที่กำลังชื่นชอบ ก่อนจะไปปรึกษาณัฐพล หรือ Maft Sai เรื่องการเลือกใช้เครื่องดนตรีอีสานเข้ามาอยู่ในเพลง

ณัฐพลแนะนำเทคนิคการทำเพลงพื้นบ้านร่วมสมัยในแบบที่เขาถนัดจากผลงานที่ผ่านมา และแบ่งปันวิธีคิดในเพลงพื้นบ้านอีสานหลากหลายรูปแบบ แคนพบว่าเพลงประเภทต่าง ๆ จะมีโครงสร้างทำนองตายตัว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดความแตกตางคือลีลาการบรรเลงของนักดนตรีแต่ละคน ณัฐพลจึงแนะนำให้แคนได้รู้จักกับ คำเม้า เปิดถนน หมอพิณแห่ง The Bangkok Paradise Molam International Band ผู้มีลวดลายการบรรเลงพิณได้อย่างโดดเด่นจนทำให้วงหมอลำร่วมสมัยนี้กลายเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก แคนพบเดินทางไปถึงจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อบันทึกเสียงพิณของคำเม้ามาใช้ในเพลงของเขา และนำเอาเสียงที่ได้มาปรับแต่งและลองใส่เอฟเฟกต์แบบต่าง ๆ โดยได้คำปรึกษาจาก อาร์ม วง Supergoods ที่รับหน้าที่โปรดิวเซอร์อีกที จนออกมาเป็น ‘Zerng Club’ ที่เรากำลังจะได้รับฟังกัน

เพราะเราเชื่อมาเสมอว่าดนตรีเกิดขึ้นได้ในทุกที่ และเป็นสื่อสำหรับทุกคน แม้เพลงจะถูกบรรเลงออกมาต่างรูปแบบ ต่างภาษา แต่จังหวะและท่วงทำนองก็สามารถเชื่อมถึงกันได้อย่างไร้ข้อจำกัด ศิลปินหรือโปรดิวเซอร์จึงมักหยิบเอาองค์ประกอบของเพลงจากคนละยุค คนละแนว ไปจนถึงใช้เครื่องดนตรีจากต่างถิ่นที่ หรือมีวิธีคิดในงานประพันธ์ที่ต่างกันสุดขั้วมาผนวกเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นเพลงแนวใหม่ที่ใครก็นึกไม่ถึง และเพลงเหล่านี้ก็สร้างแรงบันดาลใจให้ทั้งคนฟังและคนทำเพลงคนอื่น ๆ อยากออกค้นหาเสียงใหม่ ๆ ตามไปด้วย

 

รับฟังเพลง ‘Zerng Club’ (เซิ้งคลับ) การร่วมมือกันที่เหนือความคาดหมายระหว่าง แคน Dogwhine และ Maft Sai ได้แล้ว ที่นี่

 

 

#CreateNext

#Converse

#Music

#ConverseAllStars