June 24, 2020

Converse ขอเชิญชวนทุกท่านมา” เติมรอยยิ้ม “ ให้กับน้องๆ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม

Converse Jack Purcell (เป็นรองเท้าที่มีเอกลักษณ์เรื่องรอยยิ้ม อยู่บนหน้ารองเท้า) และเหล่าคนดัง อาทิ เทย่า โลเจอร์ส, ยิปซี กีรติ, ดา เอนโดฟิน, อัษฎา พานิชกุล, โต้ง ทูพี, ออม สุชาร์ และชิปปี้ สิรินทร์
ชวนคุณมาร่วม “เติมรอยยิ้ม” เล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ให้กับน้องผู้ด้อยโอกาสที่เกิดมาพร้อมกับเพดานปากแหว่ง และความผิดปกติด้านการพัฒนาทางการพูด การได้ยินที่เกิดจากโรคหู และการติดเชื้อที่หูเรื้อรัง

เมื่อซื้อ Converse รุ่น Jack Purcell ที่ Shop และ Lazada Thailand รายได้จากการจำหน่ายรองเท้า 1 คู่เราจะหัก 400 บาท นำเงินไปมอบให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลไฟไหม้ และความผิดปกติอื่นๆ บนใบหน้า ให้กลับมามีรอยยิ้มที่สดใส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

มาร่วมสร้างรอยยิ้มให้สังคม กับ รองเท้ามียิ้ม Converse Jack Purcell

ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. – 1 ก.ค. 2563  กันได้ที่ :  https://bit.ly/2XortjX

#justsmile #OperationSmileThailand #Converse_Thai

มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม หรือ Operation Smile Foundation เป็นองค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2525 โดยนายแพทย์วิลเลียม แมกกี และภรรยา โดยมีพันธกิจในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลไฟไหม้ และความผิดปกติอื่น ๆ บนใบหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมูลนิธิสร้างรอยยิ้มมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 38 ประเทศทั่วโลก

เริ่มโครงการครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2540 โดยทีมแพทย์อาสาจากนานาชาติ ทำการผ่าตัดรักษาให้ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎและโรงพยาบาลประจำจังหวัดยโสธร ซึ่งจากการดำเนินการในครั้งนั้น ทำให้เด็กไทย 172 คน ได้รับการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

มูลนิธิสร้างรอยยิ้มแห่งประเทศไทย ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณอานันท์ ปัญยารชุน ร่วมเป็นประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ และ ทพญ. ยุพเรศ นิมกาญจน์ ร่วมเป็นกรรมการ รวมถึงเหล่าทูตสร้างรอยยิ้มคนดังต่างๆ อาทิ คุณเทย่า โรเจอร์, คุณออม สุชาร์ มานะยิ่ง, คุณแอนดรูว์ บิ๊กส์, คุณซินดี้ สิรินยา บิซอพ และน้องเลเล่า คาเมน บิซอฟ, คุณคชา นนทนันท์ อัญชุลีประดิษฐ์, คุณธนกฤต อัศวณิชย์ชากร, คุณวรงคณา จิตศักดานนท์, คุณอภิภาวดี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, วงน้ำใจ และกลุ่มไลออนร็อค เป็นต้น

เรื่องราวของการสร้างรอยยิ้ม…

เด็กแรกเกิดที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ไม่สามารถดูดนมแม่ได้ ต้องใช้สลิงค์ค่อย ๆ ป้อนนมทีละนิดจนอิ่ม ทำให้นอกจากจะป่วยปากแหว่งเพดานโหว่แล้วยังทำให้เด็กขาดสารอาหารจนเจ็บป่วย สำหรับในเด็กโต ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่สร้างความยากลำบากในชีวิตประจำวัน เช่นเคี้ยวเส้นก๋วยเตี๋ยวอาจทำให้เส้นออกจมูก กินน้ำซุปรสจัดแล้วแสบจมูก พยายามจะพูดให้ชัดเหมือนคนปกติก็ไม่สามารถทำได้ ท้องเสียบ่อยและยังมีความเสี่ยงในการเป็นหูน้ำหนวกมากกว่าเด็กทั่วไป เพราะเมื่อไม่มีเพดานปาก เวลาที่เป็นไข้น้ำมูกจากจมูกจะไม่ผ่านการกรองใดใดแต่จะไหลตรงลงสู่ท้องบ้าง หูบ้างทำให้เชื้อโรคเข้าไปสะสมในร่างกายได้อย่างง่ายดาย

การผ่าตัด 1 ครั้งใช้เงินประมาณ 25,000 – 30,000 บาท และสำหรับการรักษาเด็ก 1 คนหากเด็กมีอาการทั้งปากแหว่งและเพดานโหว่ การผ่าตัดแค่ 1-2 ครั้งอาจไม่เพียงพอ เพราะเด็กยิ่งโตเพดานยิ่งกว้าง รูก็จะกว้างออกไปอีกเลยทำให้ต้องติดตามและช่วยเหลือในการผ่าตัดไปจนถึงอายุ 20 ปีที่โตเต็มวัย เด็กบางคนในมูลนิธิได้รับการผ่าตัดถึง 7 ครั้งด้วยกันกว่าจะสามารถใช้ชีวิตปกติได้

มูลนิธิ Operation Smile ช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างไรบ้าง

ทางมูลนิธิฯ มีโครงการรักษาผู้ป่วยอยู่หลักๆ เป็นสองรูปแบบ คือ โครงการผ่าตัดแบบต่อเนื่อง ไม่จำกัดระยะเวลา (Ongoing Mission) คือเป็นการรับเคสนอกเหนือจากการไปออกพื้นที่และส่งผู้ป่วยให้ผ่าตัดตามโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการผ่าตัดที่ใกล้ผู้ป่วยที่สุด และโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การผ่าตัดภายในหนึ่งสัปดาห์ (Weeklong Medical Mission) หรือการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่  เป็นการวบรวมบุคลากรแพทย์อาสาสมัครจากสาขาศัลยแพทย์ตกแต่ง วิสัญญีแพทย์ และพยาบาลอาสาสมัครจากที่ต่าง ๆ เพื่อออกหน่วยมอบการผ่าตัดศัลยกรรมแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ความผิดปกติพิการบนใบหน้า และความพิการทางศัลยศาสตร์ตกแต่งอื่น ๆ เช่น แผลเป็นหดรั้งจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก นิ้วติด นิ้วเกิน ให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ หรือขาดศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ทำการรักษาผู้ป่วย โดยในการไปออกหน่วย 1 ครั้งทางมูลนิธิสามารถผ่าตัดช่วยเหลือเด็กได้ถึง 80-100 คน แต่ยังมีเด็กที่รอรับการรักษาอยู่ประมาณ 400 คนต่อปี  โดยใน 1 ปีทางมูลนิธิจะออกค่ายทั้งหมด 3 ครั้ง 

หลังผ่าตัดเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไร

นอกจากการศัลยกรรมที่ทำให้น้อง ๆ มีใบหน้าปกติและสามารถกินได้อย่างปกติแล้ว  ยังช่วยทำให้น้อง ๆ มั่นใจมากยิ่งขึ้น ปัญหาทางด้านจิตใจที่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองว่าไม่ปกติก็หมดไป นอกจากนี้ทางมูลนิธิยังดูแลในเรื่องของการออกเสียงและการพูดอีกด้วย (speech camp) เพราะเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่มักออกเสียงได้ไม่ชัดทำให้โตไปมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมการศึกษาและการหางานทำ